iPhone X และ iPhone 8

หลังจาก Apple เปิดตัว iPhone 8, iPhone 8 plus และ iPhone X ก็ได้รับความสนใจจากสื่อและผู้ใช้อย่างมาก เราจะมาสรุปสเปคของทั้ง 3 เครื่องให้ดูกันนะครับ

iPhone 8 และ iPhone 8 plus

คุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้นของ iPhone 8
– ตัวเครื่องมีขนาด 138.4×67.3×7.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 148 กรัม
– วัสดุตัวเครื่อง อลูมีเนียมเกรด 7000 ครอบด้วยกระจกหน้าหลัง
– หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดจอ 750×1334 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 326 ppi
– ซีพียูประมวลผล 64-bit Hexa(6)-Core Apple A11 Bionic
– หน่วยความจำภายใน (ROM) มีขนาด 64GB และ 256GB
– หน่วยความจำแรม (Ram) ขนาด 2 GB
– กล้องด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps บันทึกวีดีโอละเอียด 4K 60fps
– กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p, Retina Flash(แฟรชจากจอ), HDR auto
– ฟีเจอร์กันน้ำมาตรฐาน IP67 (ลงน้ำจืดได้ลึกไม่เกิน 1 เมตรในเวลาไม่เกิน 30 นาที)
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID
– รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
– มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold(สีใหม่ ทองอ่อนๆ), Space Gray และ Silver
– ความสามารถในการชาร์จแบบเร็ว: ชาร์จเร็วได้สูงสุด 50% ใน 30 นาที
– ราคาเริ่มต้นที่ 699 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 23,xxx บาท)(ราคาที่สหรัฐจะมีการร่วมโปรโมชั่นกับเครือข่ายด้วย)

คุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้นของ iPhone 8 Plus
– ตัวเครื่องมีขนาด 158.4×78.1×7.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 202 กรัม
– วัสดุตัวเครื่อง อลูมีเนียมเกรด 7000 ครอบด้วยกระจกหน้าหลัง
– หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดจอระดับ 1080p (1080×1920 พิกเซล) ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 401 ppi
– ซีพียูประมวลผล 64-bit Hexa(6)-Core Apple A11 Bionic
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
– หน่วยความจำแรม (Ram) ขนาด 3 GB
– กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto,ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8(lens wide) และ F/2.8(lens Tele), ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom2X, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps บันทึกวีดีโอละเอียด 4K 60fps
– กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD, Retina Flash(แฟรชจากจอ), HDR auto
– ฟีเจอร์กันน้ำ IP67 (ลงน้ำจืดได้ลึกไม่เกิน 1 เมตรในเวลาไม่เกิน 30 นาที)
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID
– รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
– มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold(สีใหม่ ทองอ่อนๆ), Space Gray และ Silver
– ความสามารถในการชาร์จแบบเร็ว: ชาร์จเร็วได้สูงสุด 50% ใน 30 นาที
– ราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์ (ประมาณ 27,xxx บาท)​ (ราคาที่สหรัฐจะมีการร่วมโปรโมชั่นกับเครือข่ายด้วย)

สิ่งที่ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus แตกต่างกันก็คือ กล้องหลัง, หน้าจอ, แรม และแบตเตอรี่ครับ

iPhone X (iPhone Ten)

คุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้นของ iPhone X
– ตัวเครื่องมีขนาด 143.6×70.9×7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 174 กรัม
– วัสดุตัวเครื่อง ขอบสแตนเลสสตีล ครอบด้วยกระจกหน้าหลัง
– หน้าจอแสดงผลแบบ OLED(สีสดใสยิ่งขึ้น) Super Retina HD แบบไร้ขอบ ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436×1125 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 458 ppi สีแบบtrue tone display
– ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa(6)-Core Apple A11 Bionic
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
– หน่วยความจำแรม (Ram) ขนาด 3 GB
– กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.4, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบทั้งสองเลนส์ (Dual-OIS), ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom2x, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps บันทึกวีดีโอละเอียด 4K 60fps
– กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD ระบบ TrueDepth มีเซ็นเซอร์อินฟราเรท และ เซ็นเซอร์วัดความลึกอยู่ด้านหน้า ถ่ายแบบ portrait ด้วยกล้องหน้าได้
– ฟีเจอร์กันน้ำ IP67 (ลงน้ำจืดได้ลึกไม่เกิน 1 เมตรในเวลาไม่เกิน 30 นาที)
– ฟีเจอร์จดจำใบหน้า (Facial Recognition) ระบบ Face id unlock
– รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
– มี 2 สี คือ silver และ Space Gray
– ราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์ (ประมาณ 33,000 บาท)(ราคาที่สหรัฐจะมีการร่วมโปรโมชั่นกับเครือข่ายด้วย)

แสดงความคิดเห็น

About Author

บล็อกเกอร์ ที่จะมาเล่านานาสาระเกี่ยวกับมือถือ เป็นเรื่องง่ายเหมือนเพื่อนมานั่งเล่าให้คุณฟัง

Leave A Reply